ห้องเรียนมอนเตสซอรี่

ประวัติความเป็นมา

อนเตสซอรี่ (Montessori) เป็นชื่อ แพทย์หญิงมาเรีย มอนเตสซอรี่ ชาวอิตาเลี่ยน เกิด ๓๑ ส.ค. ๒๔๑๓ และ ถึงแก่กรรม ๖ พ.ค. ๒๔๙๕ เมื่อจบแพทย์ได้ทำงานกับเด็กที่บกพร่องทางสติปัญญา ณ คลินิกจิตเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งกรุงโรม เธอพบว่าเด็กสามารถพัฒนาได้หากได้รับความช่วยเหลือให้ตรงจุด ปี พ.ศ. ๒๔๔๑ เธอได้มีโอกาสบรรยายในที่ประชุมใหญ่ ณ Turin Educational Congress เมืองตูริน เธอได้ยกปัญหาดังกล่าวและได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์และการศึกษา ปี พ.ศ. ๒๔๕๐ มอนเตสซอรี่ ได้เป็นผู้อำนวยการกอง บ้านเด็ก(Casa Dei Bambini) อายุ ๓ - ๗ ปี มอนเตสซอรี่ได้นำวิธีการเดียวกับที่ใช้กับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา มาประยุกต์ใช้กับเด็กปกติและปรับวิธีการสอนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เธอเชื่อว่าเด็กที่บกพร่องทางสติปัญญานั้นเพียงมีความล้าหลังทางพัฒนาการเท่านั้น

จุดมุ่งหมายของมอนเตสซอรี่

การศึกษาระยะแรกของชีวิตนั้น ไม่ใช่เอาความรู้ไปบอกกับเด็ก แต่ควรให้เด็กได้เจริญเติบโตไปตามความต้องการตามธรรมชาติของเขา


หลักการมอนเตสซอรี่

อยู่บนพื้นฐานของการเคารพในความเป็นเด็ก ซึ่งเป็นวัยหนึ่งของมนุษย์ที่แตกต่างจากวัยอื่นๆ ดังนั้นการเลี้ยงดูและการให้การศึกษาจึงต้องมีความเข้าใจในพัฒนาการเด็ก


แนวคิดมอนเตสซอรี่ กับพัฒนาการและความฉลาดด้านต่างๆ

  • ด้านสติปัญญา เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของร่างกาย และทักษะการรับรู้ประสาทสัมผัสที่ดี ทำให้การทำงานของสมองเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการเรียนรู้ ความฉลาดและเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
  • ด้านร่างกาย เป็นการพัฒนาระบบกล้ามเนื้อ ทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่ มัดเล็ก และการทำงานประสานทั้งเท้า มือ
  • ด้านจิตใจและอารมณ์ เมื่อเด็กทำงานอย่างจดจ่อ จะเกิดสมาธิ พัฒนาไปสู่สภาวะที่สงบนิ่ง สุขุม อ่อนโยน และมีระเบียบวินัยมากขึ้น มอนเตสซอรี่ เรียกสภาวะนี้ว่า ภาวะปกติ
  • ด้านสังคม การจัดห้องเรียนแบบคละอายุ ๓-๖ ปี เรียนร่วมกัน เพื่อให้เกิดสังคมที่มีวัยต่างกัน เป็นการส่งเสริมทักษะ ทางสังคมให้ทำงานร่วมกัน พี่ช่วยน้อง น้องช่วยพี่
  • ด้านจริยธรรม มอนเตสซอรี่ เชื่อว่า เด็กเกิดมาพร้อมกับคุณธรรมความดีในตนเองแล้ว สิ่งที่ผู้ใหญ่ควรทำคือ เตรียมสิ่งแวดล้อมให้เด็กแสดงความดีข้างใน เช่นการช่วยเหลือผู้อื่น รักษาความสะอาด กล่าวขอบคุณ


ความเชื่อเกี่ยวกับแนวคิดมอนเตสซอรี่

  • เด็กเป็นผู้สร้างตนเองและเรียนรู้ด้วยตนเอง
  • เด็กใช้ประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวเพื่อการเรียนรู้
  • เด็กมีจิตที่ซึมซับรับรู้
  • เด็กมีช่วงวิกฤต
  • เด็กทุกคนมีความแตกต่าง
  • การพัฒนาเด็กต้องพัฒนาให้สมดุลและครบทุกด้าน
  • การศึกษาช่วยพัฒนามนุษย์และช่วยขจัดความวุ่นวายในโลกได้
  • ความรู้สึกที่ดีต่อตนเองจะเป็นพื้นฐานและส่งผลถึงอนาคตของเด็ก


ความสุข ที่เกิดจากการเรียนรู้โดยอิสระ
ความดี ที่เกิดจากการกระทำด้วยตนเอง
ความเก่ง ที่เกิดจากการฝึกฝนจนชำนาญ





กลุ่มประสบการณ์ชีวิต


กลุ่มประสาทสัมผัส


กลุ่มวิชาการ